k's profileMedia, Funny, Comedy, En...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 17 การทำธุีรกิจในมุมมองอีกรูปแบบจากประสบการณ์ที่ได้มีมานั้น พบว่าการที่คนเราจะเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นมีความหมายได้หลายอย่าง เช่น หากคุณเปิดร้านสักร้าน คุณก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้แล้ว และถ้าคุณเปิดเป็นบริษัท คุณก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้เหมือนกัน ทีนี้เราก็จะมาดูกันว่าความยากง่าย และอัตราการเจริญเติบโตนั้น ต่างกันอย่างไร ในประสบการณ์ของผมนั้น หากผมอยากเปิดร้านขึ้นมาสักร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอะไรก็ได้ สิ่งแรกที่ผมนึกก็คือเงิน เช่นถ้าผมต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้า ผมก็แค่เอาเงินไปหาที่เช่าสักที่ เอาเงินไปซื้อของที่โบ๊เบ๊ หรือประตูน้ำ แล้วก็เอาของที่ซื้อมาจัดเรียงตามความสามารถ และก็ดูฤกษ์เปิดร้านขายได้เลย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ามันดูแล้วง่ายมากเลย หากมีทุน ไม่ต้องมีความรู้อะไรมากมาย เพราะฉะนั้นเมื่อมันง่ายอย่างนี้ มันจึงมีร้านต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย และคู่แข่งก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน โอกาสที่จะโตหรือเป็นที่หนึ่งนั้นแทบจะไม่มีเลย และคนไทยก็จะเป็นแบบนี้ คือไม่รู้ทำอะไรก็เปิดร้านขายโน่นขายนี่ ขายดีก็อยู่ไปเรื่อยๆ ขายไม่ดีต้องปิดไป เดี๋ยวก็มีคนอื่นมาขายต่อ ส่วนการเปิดบริษัทนั้น เราจะต้องมีความรู้ที่มากหน่อย หรือคิดอีกอย่างก็คือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากเรียนรู้ นั่นคือข้อดี เพราะคู่แข่งก็จะน้อย โอกาสก็จะมีมาก เพราะฉะนั้นอย่างแรกที่ควรรู้ก็คือ ทำอย่างไรให้เรามีคำว่าบริษัท ต้องดำเนินการอย่างไร ต้องการพนักงานด้านไหนบ้าง งานไหนที่ไม่ีควรมีพนักงานประจำก็ outsource ออกไป หรือจะอธิบายง่ายๆก็คือ สมมุติว่าบริษัทไม่มีการออกบิล ไม่มีการทำเกี่ยวกับพวกเอกสารมากมาย รายได้อาจจะได้เป็นก้อนไม่ค่อยจุกจิก ถ้าเราจ้างพนักงานบัญชีมา อาจจะเงินเดือน 7000 บาทต่อเดือน แล้วมานั่งออฟฟิต แต่ไม่รู้จะทำอะไร แต่ถ้าเราโอนงานนี้ให้ outsource ที่ทำทางด้านนี้อยู่แล้ว แทนที่เราจะเสียเงินจ้างต่อเดือน 7000 ก็อาจเหลือ 2000 บาท และทำอย่างไรให้บริษัทเจริญก้าวหน้า ควรมอบหมายงานให้คนอื่นทำบ้าง เพื่อการกระจายงาน ไม่เหมือนกับการเปิดร้านที่เป็นแบบ one man show เสร็จแล้วก็มาบ่นว่าเหนื่อย เพราะฉะนั้น การเปิดบริษัทนั้น โอกาสที่จะเติบโต และคู่แข่งน้อย(สำหรับในประเทศไทย) มากกว่าการเปิดร้านแน่นอน เพราะฉะนั้นหากคุณคิดเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วละก็ คุณควรจะเดินตามคนไทยส่วนมาก ที่เปิดร้าน แล้วพอเศรษฐกิจแย่ ก็พากันแย่ตามกัน เหมือนที่เขาบอกว่า มีแต่คนขายของไม่มีคนซื้อ ก็เพราะคนซื้อมันมาขายของกันหมดไง หรือคุณจะทำในสิ่งที่ยากขึ้นไปอีก เพื่อคุณจะได้นำหน้าคนอื่นและไม่อยู่ในสภาวะเดียวกันเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี |
|
|